ขอต้อนรับสู่ HR Samui Club - ชมรมบริหารงานบุคคล เกาะสมุย
  สวัสดี เข้าระบบ หรือ สมัครสมาชิก หน้าแรก  ·  เข้าระบบ  ·  ดาวน์โหลด  ·  กระดานข่าว  

  หน้าแรก
 บริการหลัก
หน้าแรก
ดาวน์โหลด
คำถามที่ถามกันบ่อย
ติดต่อเรา
แนะนำและบอกต่อ
ค้นหา
สถิติการเข้าชม
แบบสำรวจ
ยอดฮิตติดอันดับ
Web Link
 บริการสมาชิก
กระดานข่าว
ข่าวสารส่วนตัว
เข้าสู่ระบบ
 บริการข่าวสาร
เผยแพร่ข่าวสาร
บทความ
 บริการอื่นๆ
เนื้อหาสาระ
ห้องแสดงภาพ
ปฎิทินชมรมฯ

  ปฎิทินชมรมฯ
<
พฤษภาคม 2008
>
อาพฤ

123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

  ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่
ขณะนี้มี 13 บุคคลทั่วไป และ 0 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซด์ ชมรมบริหารงานบุคคล เกาะสมุย

ในที่สุด ชมรมบริหารงานบุคคล เกาะสมุย ก็ได้ฤกษ์ เปิดตัว เว็บไซด์ของชมรมฯ เพื่อเป็นสื่อกลางของสมาชิกในการเผยแพร่ข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมต่างๆ ของชมรมฯ อีกทั้งยังเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆในการทำงาน และเป็นที่รวบรวม ข้อมูล สาระ บทความ ที่เป็นประโยชน์กับการบริหารงานบุคคล โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวบนเกาะสมุย คณะทำงานของชมรมฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เว็บไซด์แห่งนี้ คงจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับ สมาชิกของชมรมฯ และผู้สนใจทั่วไปที่แวะเข้ามาเยี่ยมชม

สำหรับเว็บไซด์ HrSamui.com ขณะนี้เป็นเวอร์ชั่นทดสอบระบบ ท่านสามารถเข้าใช้งานได้ด้วยการสมัครสมาชิก (บริการฟรี) สมัครสมาชิก คลิกที่นี่ สำหรับท่านที่สมัครสมาชิกแล้วจึงจะสามารถเข้าไปใช้งานในกระดานข่าวได้ สำหรับหัวข้ออื่นๆ เช่น download, weblink กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ

คำแนะนำต่างๆ และข้อเสนอแนะ สำหรับการพัฒนาเว็บไซด์ HrSamui.com แห่งนี้จะมีค่ายิ่งสำหรับผู้พัฒนาเว็บไซด์ ขอความกรุณาท่านส่ง คำแนะนำต่างๆ มาได้ที่ webmaster@hrsamui.com หรือเข้าไปที่กระดานข่าว เลือกหัวข้อ สนทนาพาที -->แนะนำ-ติชม

สมาชิกที่ต้องการประกาศตำแหน่งงานว่าง กรุณาไปที่ กระดานข่าว นะครับ

สำหรับสมาชิกท่านใดที่ต้องการฝากข่าว ประชาสัมพันธ์ ต่างๆ กรุณา แจ้งที่ เผยแพร่ข่าวสาร ชมรมฯ ยินดีที่จะเป็นสื่อกลางเผยแพร่ให้

คณะกรรมการบริหารชมรมบริหารงานบุคคลเกาะสมุย 2550-2551

ประธานชมรม พายัพ ธีระสารบ่อผุด รีสอร์ท แอนด์ สปา 
ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์อจ. สันติ เลิศจำนงค์ 
ประธานที่ปรึกษา ชมรมฯสันติ ทองสุขเดอะ แฟร์เฮ้าส์
ที่ปรึกษา ชมรมฯกฤษณา พรหมเกาะละไมวันทา รีสอร์ท
 ปิยะณัฐ สัมภวะผลเซ็นทรัลสมุย บีช รีสอร์ท
 ปรัชพร พุฒซ้อนบ้านตลิ่งงาม รีสอร์ท
 บุณยวีร์ เมธาทวีพัฒน์กุลบัญดารา รีสอร์ท
รองประธานจรัญ สมบุญนภาใส
 สมชาย ไพชำนาญสนามกอล์ฟสันติบุรี
 วิโรจน์ ชูพูสมุยเพนินซูล่า
เลขานุการสุนันทา กาหยีชบาสมุย รีสอร์ท
เหรัญญิกอภิลักษณ์ รัตนหาญสันติบุรี รีสอร์ท
ฝ่ายสมาชิกภาพกัลยาภรณ์ กองฟูเฉวงรีเจ้นท์ บีช รีสอร์ท
ฝ่ายประชาสัมพันธ์
นวิทย์ อิสลาม
ธีรพงษ์ บ่อแก้ว
สุดี คำเรือง
เนตินาถ สังข์เลื่อน
ขุนเฉวง พลาซ่า
ศาลาสมุย
เฉวงโคฟรีโซเทล
คามาลายา
ฝ่ายประสานงานชมรมธีรพงษ์ บ่อแก้วศาลาสมุย
ฝ่ายกิจกรรมกีฬาและสันทนาการจรัญ สมบุญนภาใส
ฝ่ายฝึกอบรมซาอุดี คาเน็งเรเนอซองส์
ฝ่ายไอที ดรัณ วัฒนสุขชัยสมุยพลาซา

ดาวน์โหลด ประกาศค่าแรงขั้นต่ำ

เชิญสมาชิกดาวน์โหลด ประกาศค่าแรงขั้นต่ำจากกระทรวงแรงงาน คลิกที่นี่
(ต้องทำการเข้าสู่ระบบก่อนถึงจะดาวน์โหลดได้นะครับ)

กระทู้ล่าสุด

กระทู้ใหม่  โดย   เข้าชม   ตอบ   ล่าสุด 
 ต้องการงานที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษติดต่อลูกค้า May 15 0 May เมื่อวันที่ 09/05/2008 เวลา 00:23 น.
09/05/2008 เวลา 00:23 น.
 รับสมัครงาน ด่วน! tree 205 0 tree เมื่อวันที่ 03/05/2008 เวลา 01:34 น.
03/05/2008 เวลา 01:34 น.
 คามาลายา เกาะสมุย รับสมัครพนักงาน hrkamalaya 213 0 hrkamalaya เมื่อวันที่ 02/05/2008 เวลา 03:07 น.
02/05/2008 เวลา 03:07 น.
 รับสมัครพนักงานบัญชี ด่วนมาก hrsanthiya 124 0 hrsanthiya เมื่อวันที่ 01/05/2008 เวลา 21:46 น.
01/05/2008 เวลา 21:46 น.
 โรงแรมบนเกาะพะงัน เปิดรับสมัครหลายตำแหน่ง ด่วน!!!! haadladresort 169 0 haadladresort เมื่อวันที่ 30/04/2008 เวลา 11:25 น.
30/04/2008 เวลา 11:25 น.
 รับสมัครงาน หลายอัตรา ด่วน!!!! หวานเจี๊ยบ 250 0 หวานเจี๊ยบ เมื่อวันที่ 28/04/2008 เวลา 04:11 น.
28/04/2008 เวลา 04:11 น.
 [b]โรงแรมเปิดใหม่ 5 ดาว เปิดรับสมัครพนักงานทุกตำแหน่ง ด่วน!! keatwijitr 425 0 keatwijitr เมื่อวันที่ 27/04/2008 เวลา 21:36 น.
27/04/2008 เวลา 21:36 น.
 สมุยไอร์แลนด์ บีช รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล รับสมัครงานด่วน! ชัยธวัส 235 0 ชัยธวัส เมื่อวันที่ 25/04/2008 เวลา 02:26 น.
25/04/2008 เวลา 02:26 น.
 ต้องการหางานด้าน ไอที มีประสบการณ์พร้อมทำงานครับ dinaman013 119 0 dinaman013 เมื่อวันที่ 23/04/2008 เวลา 08:07 น.
23/04/2008 เวลา 08:07 น.
 ตำแหน่งงานว่าง บ้านสบาย ซันเซ็ท บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา Bansabai 294 0 Bansabai เมื่อวันที่ 21/04/2008 เวลา 01:16 น.
21/04/2008 เวลา 01:16 น.


  รวบรวมตำแหน่งงาน
ผู้บันทึก webmaster เมื่อ เสาร์ 12 ส.ค. 06@ 09:49:11 MDT (684 ครั้ง) (มีต่อ... | 10 ข้อคิดเห็นต่างๆ | คะแนน: 5)
ประกาศทั่วไป jinny_ja บันทึก "
จากการที่ชมรมบริหารงานบุคคลได้มอบหมายให้จัดรวบรวมตำแหน่งงานว่างจากทุกโรงแรมเพื่อเป็นศูนย์กลางในการแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้กับ ประธานชมรม และเพื่อเผยแพร่ข้อมูลต่อไป
สมาชิกชมรม สามารถส่งรายละเอียดตำแหน่งงานมาได้ที่
ฝ่ายบุคคล โรงแรมเฉวง โคฟ รีโซเทล Tel.077-231412,077414417, fax 077-230642
E-mail hr@chawengcove.com , E-mail jinny_cwc@hotmail.com
    "
 

  สรรหามาฝาก: เทคนิคการพัฒนาตนสำหรับคนหางาน
ผู้บันทึก webmaster เมื่อ เสาร์ 11 มี.ค. 06@ 16:58:48 MST (579 ครั้ง) (มีต่อ... | 11 ข้อคิดเห็นต่างๆ | สรรหามาฝาก | คะแนน: 5)
กลยุทธ์ เคล็ดลับ
โดย ณรงค์วิทย์ แสนทอง   
การคัดเลือกคนเข้าทำงานในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต เริ่มมีความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะการคัดเลือกคนเข้าทำงานถือเป็นด่านแรกและด่านสำคัญที่จะบ่งชี้การคัดเลือกคนในครั้งนั้น   องค์กรจะได้กำไรหรือขาดทุน  ถ้าได้คนเก่งคนดีและอยู่ได้นาน แสดงว่าได้กำไร แต่ถ้าได้คนไม่เก่ง ไม่ดีและอยู่กับองค์กรนานไม่ยอมไปไหน แสดงว่ามีแต่ขาดทุนกับขาดทุน การที่ได้คนไม่เก่งไม่ดีเข้ามาทำงาน นอกจากจะไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้แล้ว ยังจะสร้างภาระให้กับองค์กรเพิ่มมากขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นต้นทุน ศักยภาพของการแข่งขัน การเป็นตัวถ่วงความเจริญ และปัญหาสารพัดที่จะติดตามมา

เมื่อเป็นเช่นนี้ หลายๆองค์กรจึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกคนมากขึ้น  มีการใช้เครื่องมือต่างๆเข้ามาช่วยในการทดสอบและคัดเลือกเพื่อให้ได้คนที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานที่ต้องการให้มากที่สุด ข้อดีก็คือองค์กรจะได้คนที่ต้องการเข้ามาทำงาน ข้อเสียก็คือ เพิ่มความยากลำบากให้กับคนหางานมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ตกงาน คนที่จบมาใหม่ๆ ส่วนคนที่มีงานทำอยู่แล้วคงไม่มีปัญหามากนัก เพราะถ้ายังไม่ได้งานก็ยังสามารถทำงานกับที่ทำงานปัจจุบันต่อไปได้  

ตลาดแรงงานในปัจจุบัน หลายองค์กรต้องการบุคลากรเข้าร่วมงานมาก แต่ทำไมหลายคนในตลาดยังไม่มีงานทำ ทั้งๆที่คุณสมบัติก็ตรงตามที่องค์กรต้องการ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่คนหางานประสบอยู่ก็คือ ไม่ทราบว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง จึงจะเข้าตากรรมการ(สัมภาษณ์) 

เพื่อให้ผู้ที่กำลังหางานมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าการหางานไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย แต่เรื่องที่ยากคือเราจะพัฒนาศักยภาพของตัวเราเองให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานได้อย่างไร  ผมจึงขอแนะนำเทคนิคบางอย่างที่น่าจะนำไปใช้ได้ เช่น 

  • ติดตามข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารในด้านธุรกิจหรือข่าวสารในด้านอื่นๆ เพื่อให้เรามีความรู้ที่ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ความรู้เหล่านี้นอกจากจะใช้เป็นความรู้ทั่วไปแล้ว   เราสามารถทราบความเคลื่อนไหวในเชิงการบริหารจัดการขององค์กรต่างๆ ได้  ซึ่งเราสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนาตัวเองให้สอดคล้องกับทิศทางการบริหารสมัยใหม่ได้มากยิ่งขึ้น เช่น  ถ้าเราทราบว่าแนวโน้มขององค์กรส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่ว่าจะเป็น Internet หรือ e-commerce ก็ตาม เราก็สามารถนำสิ่งเหล่านี้มาใช้ในการพัฒนาตัวเองไปก่อนก่อนที่จะเข้าไปทำงานในองค์กรจริง 
  • อ่านคู่มือการสัมภาษณ์ ผมอยากแนะนำให้ผู้หางานอ่านหนังสือคู่มือสำหรับผู้สัมภาษณ์ ไม่ใช่คู่มือสำหรับผู้ถูกสัมภาษณ์ เพราะจะได้เข้าใจว่าคำถามแต่ละคำถาม ผู้สัมภาษณ์ถามเพื่ออะไร ไม่ใช่รู้เพียงแต่จะตอบอย่างไร หรือถ้าให้ดีควรอ่านทั้งคู่มือสำหรับผู้สัมภาษณ์และผู้ถูกสัมภาษณ์   การอ่านคู่มือนี้จะช่วยให้เราเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการสอบสัมภาษณ์ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ตรงกับคำพังเพยที่ว่า “รู้เขา รู้เรา สัมภาษณ์หลายครั้งน่าจะได้บ้างสักครั้ง” นะครับ 
  • ประกาศตัวเอง การหางานสมัยนี้จะต้องหางานในเชิงรุกมากขึ้น เรามัวแต่รีๆรอๆให้บริษัทเขาถือเทียบเชิญมารับถึงบ้านคงจะยากแล้วนะครับ  ให้คิดเสมอว่าการหางานคือการทำงานอย่างหนึ่ง ถ้าเราทำงานนี้ไม่สำเร็จ อย่าหวังเลยว่าเราจะทำงานอย่างอื่นที่ยากกว่านี้ได้  ตัวเราก็เปรียบเสมือนสินค้าอย่างหนึ่ง ถึงแม้จะมีคุณภาพดี แต่ถ้าผู้ซื้อไม่รู้จัก เขาก็ไม่ซื้อ ดังนั้น เราจะต้องเปิดตัวเองให้มากขึ้น ส่งประวัติไปทุกที่ที่มีช่องทาง  ทำความรู้จักกับคนทุกคนที่มีโอกาส  พยายามเข้าไปมีส่วนร่วมกับสังคมต่างๆ    เพราะยิ่งเรามีสังคมมากเท่าไหร่โอกาสในการได้งานทำก็มีมากขึ้นเท่านั้น กิจกรรมไหนที่ไม่ต้องเสียกะตังก็รีบเข้าไปร่วม กิจกรรมไหนที่เสียตังก็ดูว่าเรามีกำลังหรือไม่ ถ้าเป็นคนที่จบใหม่ๆ ควรจะหาโอกาสอันดีที่จะเข้าไปพบปะและร่วมกิจกรรมทางสังคมที่มีผู้หลักผู้ใหญ่และผู้บริหารในวงการธุรกิจ  ผู้บริหารในหลายองค์กรใช้วิธีหาดาวรุ่งจากกิจกรรมทางสังคม เพราะไม่ต้องเสียเวลาไปสัมภาษณ์ให้เมื่อย เขาสามารถดูความสามารถของเราจากการเข้าร่วมกิจกรรมจริงๆได้  การเข้าสังคมในลักษณะนี้เราไม่ควรหวังว่าเราจะต้องได้งานเสมอ แต่สิ่งที่เราได้แน่ๆคือประสบการณ์ชีวิต การเรียนรู้ภาษาในแวดวงธุรกิจและโอกาสในการพัฒนาตัวเอง 
  • ทำงาน Part -Time ไปก่อน คนที่จบมาใหม่ๆ ที่เริ่มท้อแท้กับการหางาน ขอให้ลดระดับความคาดหวังของตัวเองลงจากที่ต้องการทำงานประจำกับบริษัทชั้นนำลงมาสู่การเป็นลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างของบริษัทรับเหมาที่รับเหมาแรงงานให้กับบริษัทชั้นนำ   เพราะสิ่งสำคัญที่เราหางานไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเราไม่เก่ง แต่เราไม่มีประสบการณ์ต่างหาก การเข้าไปทำงาน Part – Time ถือเป็นวิธีแก้ที่ถูกจุด เพราะเป็นช่องทางที่เราสามารถปิดจุดอ่อนเกี่ยวกับประสบการณ์ทำงานได้ และในสมัยนี้ค่าตอบแทนของงาน Part – Time ไม่ได้ต่ำนะครับ เผลอบางครั้งค่าจ้างอาจจะสูงกว่างานประจำก็ได้ เพราะเขาถือว่าเป็นเพียงงานชั่วคราวหาคนยาก จึงต้องจ้างสูงกว่าปกติ หลายคนพอทำงานลักษณะนี้ไปนานๆ กลับไม่อยากไปทำงานประจำ เพราะรับงานชั่วคราวเป็นอาชีพ มีบริษัทต่างๆติดต่อเข้ามาอยู่เรื่อยๆ ไม่เคยว่างงาน แถมรายได้ดีและงานไม่น่าเบื่อเพราะเปลี่ยนที่ทำงานอยู่เรื่อยๆ
  • เปลี่ยนเวลาว่างให้เป็นโอกาสเพื่อพัฒนาตัวเอง  ใครที่ว่างงานอยู่ขอให้คิดเสียว่าเรามีโอกาสเรื่องเวลาดีกว่าคนที่ทำงานอยู่  อย่าปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ ใช้เวลาว่างพบปะผู้คน ท่องอินเตอร์เน็ต อ่านหนังสือเพิ่มเติม บำเพ็ญสาธารณประโยชน์  เราต้องตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่า “ความคิดเราไม่ว่างงาน”  เราจะต้องหางานให้กับความคิดของเราอยู่ตลอดเวลา  การได้งานทำถือเป็นเพียงหนึ่งกิจกรรมที่ใช้ในการพัฒนาความคิด ถ้าเราพัฒนาศักยภาพทางความคิดถึงระดับหนึ่งแล้ว เราอาจจะไม่จำเป็นต้องหางาน แต่เราสามารถสร้างงานด้วยตัวของเราเองได้ มีหลายคนที่นั่งอยู่เฉยๆ แต่เกิดความคิดบางอย่างที่จะสร้างงานให้กับตัวเอง จนร่ำรวยกันมามากแล้ว   
ดังนั้น ผมอยากให้กำลังใจกับคนที่กำลังหางานอยู่ว่า ไม่เคยมีใครตกงานตลอดชีวิต ถ้าเราตั้งใจ มุ่งมั่น สร้างสรรค์และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่โอกาสของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันบ้างเท่านั้นเอง บางคนได้งานเร็ว บางคนได้งานช้า บางคนได้งานดี บางคนได้งานไม่ดี บางคนได้งานแล้วตกงาน บางคนได้งานแล้วได้ตลอด  ชีวิตเอาแน่ไม่ได้ แต่สิ่งที่เอาแน่ได้แน่ๆคือคนเราต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพราะความสำเร็จในชีวิตขึ้นอยู่กับสองปัจจัยคือ “โอกาส” และ “ความสามารถ” คนที่มีความสามารถแต่ขาดโอกาส  ยังไม่น่าเสียใจเท่าคนที่มีโอกาสแต่ขาดความสามารถนะครับ แล้วท่านละจะเลือกเป็นคนประเภทไหน?

ที่มา
http://www.peoplevalue.co.th

 

  การบริหารจัดการ: เทคนิคการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีอย่างมีประสิทธิภาพ(Effective Annual Action Pla
ผู้บันทึก webmaster เมื่อ เสาร์ 11 มี.ค. 06@ 16:43:41 MST (576 ครั้ง) (มีต่อ... | 9 ข้อคิดเห็นต่างๆ | การบริหารจัดการ | คะแนน: 4.33)
การบริหาร-จัดการ
โดย ณรงค์วิทย์ แสนทอง   
ช่วงเวลาใกล้ๆสิ้นปีคนทำงานทั้งผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน มักจะมีปัญหาอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำคือ ผู้บริหารต้องการให้คนทำงานในทุกหน่วยงานจัดทำแผนปฏิบัติการหรือที่เรียกกันว่า Action Plan แต่ผู้บริหารหลายคนผิดหวังกับเรื่องนี้เพราะคนทำงานมักจะละเลยไม่ยอมทำ ทำมาก็เหมือนกับนั่งเทียนเขียนกันขึ้นมาเพื่อให้มีอะไรนำเสนอในที่ประชุม พอซักถามกันลึกๆลงรายละเอียดกันจริงๆก็ตอบไม่ได้ พอให้กลับไปทำมาใหม่ก็ได้แค่การปรับเปลี่ยนคำพูด เพิ่มโน่นนิด ตัดนี่หน่อย สุดท้ายผู้บริหารก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ทำให้เป็นปัญหาคาใจกันอยู่ทุกปี
ถ้าหันมามองที่คนทำงานก็มีปัญหาในเรื่องนี้ไม่แพ้ผู้บริหาร เพราะหลายคนรู้จัก Action Plan เข้าใจว่าสำคัญอย่างไร แต่...ไม่รู้ว่าแผนปฏิบัติการที่ดีเขาจัดทำกันอย่างไร มีแบบฟอร์มหรือไม่ มีหัวข้ออะไรบ้าง จะตรวจสอบได้อย่างไรว่าเราทำถูกต้องและถูกใจผู้บริหาร เสนอไปก็ไม่เคยถูกใจ แต่ผู้บริหารก็ไม่เคยบอกเราว่าจะทำอย่างไร บอกแค่เพียงว่าแผนที่เราเสนอไปนั้นเป็นแผนการทำงานธรรมดาไม่ใช่ Action Plan

และที่สำคัญกว่านั้นก็คือ แผนปฏิบัติการที่แต่ละหน่วยงานนำเสนอไว้เมื่อตอนต้นปีนั้น ส่วนใหญ่ไม่ถูกนำไปใช้ (Plan แล้วนิ่ง) หรือนำไปใช้เหมือนกันแต่เป็นเพียงการทำตามแผนที่เขียนไว้ว่าจะทำอะไรบ้าง (เพื่อสรุปว่าได้ทำตามแผนแล้ว) ส่วนผลของแผนจะเป็นอย่างไรก็ค่อยได้รับความสนใจจากคนทำงานมากนัก แผนปฏิบัติการของบางหน่วยงานถ้าดูย้อนหลังไปสักสองสามปีจะพบว่าแผนปฏิบัติการจะคล้ายๆกัน เปลี่ยนแค่ชื่อแผนเท่านั้น (เพราะแผนเก่ายังไม่ได้ทำเลยนำมาปัดฝุ่นเสียใหม่) มีบางหน่วยงานแทนจะทำแผน แล้วดำเนินการ (Plan แล้ว Action) กลับทำสลับกันคือดำเนินการก่อนแล้วค่อยกลับมาเขียนแผนทีหลัง (Action แล้ว Plan) เพื่อนำเสนอผลงานตอนสิ้นปี เนื่องจากสิ่งที่ Plan ไว้เดิมไม่ได้ทำ แต่สิ่งที่ทำในระหว่างปีนั้นไม่ได้ Plan ไว้ล่วงหน้า

การจัดทำแผนปฏิบัติการส่วนใหญ่มักจะใช้เวลากันเพียงสัปดาห์เดียว บางหน่วยงานใช้เวลาเพียงชั่วข้ามคืนเดียวทำแผนปฏิบัติการ (เพราะพรุ่งนี้ต้องนำเสนอในที่ประชุมแล้ว) อย่างนี้จะเอาดีได้อย่างไรละครับ

ดังนั้น ปัญหาการจัดทำแผนปฏิบัติการ(Action Plan) ยังมีปัญหาอุปสรรคหลายอย่างที่ทำให้การวางแผนขาดประสิทธิภาพและไม่เกิดประสิทธิผลในทางปฏิบัติที่แท้จริง
เพื่อให้คนทำงาน(ทั้งผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน) ในองค์กรต่างๆ มีแนวทางในการจัดทำแผนที่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน และร่วมกันทำ(มากกว่าสั่งให้ทำและคอยจับผิด) ผมจึงอยากจะแนะนำแนวคิดและแนวทางในการจัดทำแผนปฏิบัติการดังนี้


แนวคิดของการจัดทำแผนปฏิบัติการ
แผนปฏิบัติการคือ เครื่องค้ำประกันว่าเป้าหมายในการทำงานในแต่ละปีมีโอกาสบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ พูดง่ายๆคือเป็นสิ่งยืนยันว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้นั้นมีความเป็นไปได้ เพราะมีแผนงานรองรับที่ชัดเจน และถ้าแผนปฏิบัติการดำเนินการได้สำเร็จก็จะส่งผลต่อความสำเร็จของเป้าหมายที่กำหนดไว้เช่นกัน แผนปฏิบัติการคือผลของการแปลงความคิดในการจะทำสิ่งต่างๆที่อยู่ในหัวคนทำงานให้ออกมาอยู่ในกระดาษหรือไฟล์คอมพิวเตอร์ที่ผ่านกระบวนการในการกรั่นกรองแล้วว่ามีความเป็นไปได้ และสอดคล้องกับเป้าหมายในการทำงานที่กำหนดไว้

วัตถุประสงค์ของการจัดทำแผนปฏิบัติการ

  • เพื่อให้มั่นใจว่ามีแนวทางในการสร้างความสำเร็จให้กับเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้
  • เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในการทำงานไว้ล่วงหน้า
  • เพื่อลดความขัดแย้งในการทำงานที่ต้องเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน
  • เพื่อลดความผิดพลาดและลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน
  • เพื่อจัดลำดับความสำคัญและเร่งด่วนของการทำงานไว้ล่วงหน้า
  • เพื่อใช้ในการมอบหมายงานให้กับผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะทุกคนจะทราบว่าใครจะต้องทำอะไร เมื่อไหร่ อย่างไร
  • เพื่อใช้ในการกำหนดงบประมาณค่าใช้จ่ายประจำปี
  • เพื่อให้แผนที่วางไว้มีความเป็นไปได้และใกล้เคียงกับการที่จะปฏิบัติจริงให้มากที่สุด
ขั้นตอนการจัดทำแผนปฏิบัติการ
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ผมจึงขอนำเสนอขั้นตอนในการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีเป็นข้อๆดังนี้
1. วิเคราะห์ความจำเป็นของการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan Needs)
ความจำเป็นในการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีของแต่ละหน่วยงาน มาจากแหล่งๆต่างดังนี้

  • แผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์ประจำปีขององค์กร
    โดยทั่วไปแล้ว เวลาองค์กรกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์มักจะมีการจัดทำแผนงาน/โครงการรองรับอยู่แล้ว และแผนงานเหล่านี้ก็จะถูกส่งไปเป็นแผนปฏิบัติการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น แผนการออกสินค้าใหม่ มักจะเป็นแผนปฏิบัติการของฝ่ายการตลาดและฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลผลิตภัณฑ์ แผนการจัดทำระบบติดตามการจัดส่งสินค้าโดยใช้ไอที มักจะเป็นแผนปฏิบัติการขององค์กรที่รับผิดชอบโดยหน่วยงานไอที
  • เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ขององค์กร
    แผนปฏิบัติการบางอย่างไม่ได้มาจากแผนขององค์กร แต่เกิดจากเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ขององค์กร เช่น แผนปฏิบัติการของฝ่ายทรัพยากรบุคคลเรื่องการพัฒนาทักษะด้านภาษาและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน อาจจะเกิดจากเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ขององค์กรเรื่องการขยายตลาดหรือเปิดสาขาในต่างประเทศ
  • เป้าหมายประจำปีของหน่วยงานอื่น
    แหล่งที่มาที่สำคัญอีกแหล่งหนึ่งของความจำเป็นในการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีคือ การขอการสนับสนุนจากหน่วยงานอื่น เพื่อให้เขาสามารถบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในการทำงานของปีนั้นๆได้ เช่น ฝ่ายขายต้องการให้ฝ่ายไอทีสนับสนุนเรื่องการจัดทำระบบฐานข้อมูลของลูกค้า ดังนั้น แผนปฏิบัติการด้านการจัดทำระบบฐานข้อมูลของลูกค้าของฝ่ายขาย จึงกลายมาเป็นที่มาของแผนปฏิบัติการประจำปีของฝ่ายไอที
  • เป้าหมายของหน่วยงานตัวเอง
    คนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับที่มาในแหล่งนี้ คือจัดทำแผนปฏิบัติการขึ้นมารองรับเป้าหมายการทำงานประจำปีของหน่วยงานตัวเองที่ได้รับมาหรือกำหนดขึ้นมา
    2. จัดลำดับความสำคัญของแผนปฏิบัติการ
    เนื่องจากในบางปีเรามีแผนปฏิบัติการที่ต้องทำจำนวนมาก ดังนั้น ทางที่ดีควรจะมีการวิเคราะห์เพื่อจัดลำดับความสำคัญของแผนเสียก่อน ถ้ามีข้อจำกัดเรื่องเวลา เราจะได้ทราบว่าควรจะทำแผนไหนก่อนหลัง และจะช่วยเป็นข้อมูลให้กับเราในการปรับเพิ่ม/ลดงบประมาณของแต่ละแผนงานได้อีกด้วย


    3. ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการ
    ในการจัดทำแผนปฏิบัติการควรจะดำเนินการตามหัวข้อดังต่อไปนี้

    ส่วนที่ 1 : ข้อมูลทั่วไปของแผนปฏิบัติการ
    • ชื่อแผนงาน
    • ผู้รับผิดชอบแผนงาน
    • วัตถุประสงค์หลักของแผนงาน
    • ระยะเวลาในการดำเนินการโดยรวม


    ส่วนที่ 2 : รายละเอียดของแผนปฏิบัติการ
    • ขั้นตอนหลักของการแผนปฏิบัติการ
    • กิจกรรมหลักในแต่ละขั้นตอน
    • วันเดือนที่จะดำเนินการ (อาจจะกำหนดวันใดวันหนึ่งหรือเป็นช่วงเวลา)
    • หน่วยงาน/บุคคลที่เกี่ยวข้อง
    • ทรัพยากรที่ต้องการ เช่น งบประมาณ คน เครื่องมือ อุปกรณ์
    • จุดวิกฤตที่สำคัญหรือข้อควรระวัง (ถ้าผิดพลาดจะเกิดผลกระทบต่อแผนปฏิบัติการโดยรวม) หรือปัญหาอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้น
    • แนวทางในการป้องกันแก้ไข(แผนสองรองรับ)

    ส่วนที่ 3 : วิเคราะห์โอกาสควาสมสำเร็จของแผนปฏิบัติการ
    เวลานำเสนอแผนปฏิบัติการส่วนใหญ่ เรามักจะมุ่งเน้นการจัดทำแผน การสร้างความมั่นใจว่าจะทำให้ได้ตามแผนอย่างไร แต่ยังขาดส่วนที่จะสร้างความมั่นใจให้ผู้บริหารได้เห็นว่า ถ้าแผนปฏิบัติการนี้ประสบความสำเร็จจะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายมากน้อยเพียงใด  ดังนั้น ในส่วนนี้จึงเป็นส่วนที่ผู้จัดทำแผนต้องสรุปในภาพรวมให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ถ้าทำตามแผนปฏิบัติการตามที่กำหนดไว้แล้ว จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง จะช่วยให้เป้าหมายที่กำหนดไว้บรรลุผลสำเร็จหรือไม่ มากน้อยเพียงใด เพราะอะไร

     สรุป การจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี(Action Plan) ประเด็นสำคัญอยู่ที่การได้มาซึ่งความจำเป็นในการจัดทำแผน การจัดทำแผน และการวิเคราะห์โอกาสผลสำเร็จที่เกิดจากแผนที่มีต่อเป้าหมายที่กำหนดไว้ ดังนั้น ในปีต่อไปทั้งผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในสายงานต่างๆควรจะมานั่งพูดคุยกันก่อนว่าแนวทางในการจัดทำแผนปฏิบัติการควรจะเป็นอย่างไร จะได้ออกมาในแนวทางเดียวกัน รวมถึงทั้งสองฝ่ายต้องมาหาข้อสรุปร่วมกันว่าสิ่งที่คาดหวังจากการนำเสนอแผนปฏิบัติการนั้นคืออะไร ไม่ใช่แค่เพียงมีแผน ไม่ใช่แค่แผนดูดี นำเสนอเก่ง แต่จะต้องมีส่วนที่วิเคราะห์ผลกระทบของแผนที่มีต่อเป้าหมายที่เกี่ยวข้องอีกด้วย ถ้าสามารถทำได้ครบถ้วนกระบวนความตามที่นำเสนอมานี้ ผมรับรองได้ว่าโอกาสที่แผนปฏิบัติการจะเป็นเพียงกระดาษสำหรับการนำเสนอก็จะมีน้อยลง แผนปฏิบัติการก็จะกลายเป็นเครื่องมืออันทรงประสิทธิภาพให้ทั้งกับผู้บริหารและคนทำงานในทุกสายงานอย่างแท้จริง

ที่มา http://www.peoplevalue.co.th
 

  HR: จะพัฒนาบุคลากรอย่างไรให้ได้ทั้งใจและฝีมือ?
ผู้บันทึก webmaster เมื่อ เสาร์ 11 มี.ค. 06@ 16:37:17 MST (570 ครั้ง) (แสดงความเห็น? | HR | คะแนน: 4.5)
งานทรัพยากรมนุษย์
โดย ณรงค์วิทย์ แสนทอง   
จากการที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงของหลายองค์กร พบว่าเรื่องใหญ่ที่ยังไม่ค่อยมีใครสามารถตอบคำถามของผู้บริหารได้คือ ทำอย่างไรจึงจะพัฒนาบุคลากรให้ทุ่มเททำงาน รักงาน รักองค์กร มีความรู้สึกถึงการเป็นเจ้าของ(Sense of belongings) และพัฒนาตนเองอยู่อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องรอให้องค์กรป้อนให้ ฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์หลายท่านรับโจทย์ข้อนี้มาเพื่อหาใครสักคนมาช่วยเติมคำในช่องว่างให้กับผู้บริหาร แต่...จนแล้วจนรอดก็ยังหาใครมาทำให้ไม่ได้ เหตุผลที่หาคนมาทำให้ความฝันของผู้บริหารเป็นจริงไม่ได้ก็เพราะเหตุผลดังนี้

• คนในทำให้ไม่ได้
คนในทำยากเพราะเป็นคนใน (ตอบแบบกวนๆอวัยวะเบื้องต่ำ) เพราะคนในไม่เคยยอมรับคนในด้วยกันเองเป็นพื้นฐาน ยิ่งมาทำเรื่องใหญ่ เรื่องยากและเป็นหนังชีวิต(ระยะยาว)ด้วยแล้ว ยิ่งเป็นไปไม่ได้หรือเป็นไปได้ก็น้อยมาก เพราะเรื่องการพัฒนาสิ่งที่อยู่ข้างในคน(ทัศนคติ ความเชื่อ การรับรู้ตัวเอง อุปนิสัย แรงจูงใจ)ไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันง่ายๆเหมือนเรื่องที่อยู่ผิวๆของคน(ความรู้ ทักษะ)

• คนขาย(ฝึกอบรม)ไม่มีบริการ
สถาบันฝึกอบรมส่วนใหญ่มักจะทำได้เพียงการหาวิทยากร จัดฝึกอบรม อย่างดีก็มีเพียงการประเมินผลก่อนและหลังการฝึกอบรมเท่านั้น ยังไม่มีกระบวนการที่ให้บริการระยะยาวแบบวัดผลงานได้ชัดเจน เพราะสถาบันฝึกอบรมส่วนใหญ่ไม่มีวิทยากรเป็นของตัวเองเป็นแค่ตัวกลางระหว่างวิทยากรและองค์กรเท่านั้น ครั้นจะไปรับงานระยะยาวก็ไม่อาจจะแน่ใจได้ว่าจะทำสำเร็จหรือไม่ เพราะต้องอาศัยวิทยากรภายนอกทั้งที่สังกัดค่ายและวิทยากรอิสระ ผู้บริหารบางบริษัทเล่าให้ฟังว่า เคยเรียกสถาบันฝึกอบรมไปเล่าแนวคิดในการพัฒนาความสามารถของบุคลากรให้ฟัง พอนำเสนอโครงการมาก็พบว่าส่วนใหญ่เป็นการลอกเอาหัวข้อการฝึกอบรมที่ทำเป็นหลักสูตรอบรมทั่วไป(Public Training) มาให้ จะมีเพิ่มเติมก็เพียงการเข้ามาทำการวิเคราะห์ความจำเป็นในการฝึกอบรมและติดตามผลให้เพียงครั้งสองครั้งก็จบกัน ส่วนใหญ่ที่ไม่ผ่านเพราะแค่ฟังการนำเสนอผู้บริหารก็พอจะเดาได้แล้วว่าไม่ได้ผลแน่ๆ ขืนทำไปเสียเงินเปล่าๆ
 
• ที่ปรึกษาก็หายาก
ที่ปรึกษามีสองประเภทคือที่ปรึกษาที่จ้างประจำจ่ายเป็นรายเดือนมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ตัวเองถนัดก็จะให้คำปรึกษาเป็นครั้งๆไป อาจจะเข้ามาทำงานบ้างอาทิตย์ละครั้งหรือเดือนละครั้งตามที่ตกลงกัน การที่จะพึ่งที่ปรึกษาประเภทนี้ก็อาจจะยากเพราะเขาถนัดเพียงเรื่องบางเรื่อง พออยู่ไปนานๆความรู้สึกของคนในองค์กรต่อที่ปรึกษาแบบประจำก็เริ่มไม่แตกต่างจากการเป็นคนใน เริ่มคุ้นเคยเริ่มเห็นทั้งด้านบวกและลบของที่ปรึกษา บางครั้งที่ปรึกษาเองก็เคยมีเรื่องขัดแย้งกับบางหน่วยงาน ดังนั้นการที่จะพึ่งที่ปรึกษากลุ่มนี้มาเติมฝันเรื่องการพัฒนาบุคลากรก็ค่อนข้างจะเลือนรางอยู่เหมือนกัน

ที่ปรึกษาอีกกลุ่มหนึ่งคือที่ปรึกษาอิสระหรือสังกัดค่ายที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่ปรึกษากลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การจัดทำหรือพัฒนาระบบมากกว่าจะมาลงมือทำเรื่องการพัฒนาบุคลากรอย่างจริงจัง ถ้าที่ไหนรับทำ ผมรับรองได้ว่าค่าใช้จ่ายต้องสูงมหาศาลเพราะต้องใช้เวลานาน ต้องทุ่มเทติดตามผลการพัฒนาของคนแต่ละคนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบุคลากรที่เป็นที่ปรึกษาส่วนใหญ่จะไม่นิยมทำกัน ชอบทำงานเป็นโครงการวางระบบงานมากกว่า เพราะไม่ต้องไปรับผิดชอบผลของการนำไปใช้งานจริง(Implementation) ออกแบบและทำระบบจบกันเมื่อส่งมอบงาน ส่วนการนำไปใช้ก็ให้แต่ละองค์กรไปทำกันเอาเองจะได้ผลหรือไม่ก็ไม่มีการคืนเงิน
 
ด้วยความต้องการของผู้บริหารและข้อจำกัดของตลาดการพัฒนาบุคลากรในบ้านเรา ผมคิดว่าจะเป็นโอกาสดีสำหรับใครที่คิดจะมาจับเรื่องนี้อย่างจริงจัง จึงใคร่ขอแนะนำแนวทางในการพัฒนาบุคลากรเพื่อตอบโจทย์ข้อนี้ของผู้บริหารดังนี้

• ศึกษาวิเคราะห์และกำหนดโมเดลของคนกลุ่มเป้าหมาย
ในขั้นตอนแรกควรจะเริ่มที่ให้ผู้บริหารบรรยายลักษณะบุคลากรในฝันออกมาให้ได้ก่อน โดยตั้งต้นที่คำถามที่ว่าผู้บริหารอยากจะเห็นบุคลากรกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างไรทั้งในแง่จิตใจ(ทัศนคติ ความเชื่อ นิสัยใจคอ) ในแง่ของฝีมือการทำงาน(ความรู้ ทักษะ) และในแง่ของผลการทำงาน พูดง่ายๆว่าในขั้นตอนนี้เปรียบเสมือนกันสเก็ตภาพของโมเดลบุคลากรที่ผู้บริหารต้องการ เรื่องไหนที่ฝันมากไปก็ให้ตัดทิ้งไปบ้าง พยายามให้อยู่ในขอบเขตที่เป็นไปได้ ความฝันบางอย่างถ้าผู้บริหารยังยืนยันและต้องการ อาจจะต้องคุยกันเรื่องการลงทุนเสียตั้งแต่ต้น หลังจากนั้นให้นำเอาลักษณะของคนที่กำหนดมาแปลงสู่พฤติกรรมหลักที่ต้องการจะเห็นและสามารถสัมผัสได้ในเชิงรูปธรรม 
 

• ออกแบบระบบและแนวทางการพัฒนาบุคลากรทั้งระยะสั้นและระยะยาว
เมื่อทราบแล้วว่าพฤติกรรมหลักที่ต้องการเห็นนั้นคืออะไร ขั้นตอนต่อไปคือการออกแบบแนวทางในการพัฒนา อย่าลืมว่าการฝึกอบรมเป็นเพียงแนวทางหนึ่งในหลายๆแนวทางในการพัฒนาบุคลากรเท่านั้น พฤติกรรมบางเรื่องอาจจะเกี่ยวข้องกับรูปแบบการบริหารจัดการ พฤติกรรมบางเรื่องอาจจะเกี่ยวเนื่องกับระบบการจ่ายผลตอบแทน พฤติกรรมบางเรื่องอาจจะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องส่วนตัว ดังนั้น เวลาออกแบบแนวทางในการพัฒนาบุคลากรเพื่อให้ได้พฤติกรรมหลักที่ต้องการออกมานั้นบางครั้งอาจจะต้องใช้หลายๆแนวทางร่วมกัน จะฝากอนาคตไว้กับการฝึกอบรมเพียงอย่างเดียวคงจะไม่ได้

• เริ่มต้นจากผลประโยนช์ของบุคลากรสู่ผลประโยชน์ขององค์กร
ถ้าให้ผมคิดแทนพนักงานของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ผมคิดว่าเรื่องที่พนักงานอยากจะเรียนมากเป็นอันดับแรกๆน่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเอง เช่น จะบริหารชีวิตให้ก้าวหน้าและประสบความสำเร็จตามที่ฝันไว้ได้อย่างไรและองค์กรจะช่วยอะไรเราได้บ้าง เรื่องการทำงานอย่างไรให้มีความสุข เรื่องการบริหารครอบครัว ฯลฯ พูดอย่างนี้ผู้บริหารบางองค์กรอาจจะไม่เห็นด้วยก็ได้ แต่ผมคิดว่าในความเป็นจริงแล้วคนทุกคนย่อมเริ่มต้นที่ผลประโยชน์ตัวเองทั้งนั้นนะครับ เราหลอกกันไม่ได้หรอก ในอดีตและปัจจุบันองค์กรมักจะเริ่มต้นที่ผลประโยชน์ขององค์กรแล้วค่อยกลับมาสู่ผลประโยชน์ของพนักงาน ซึ่งอาจจะจูงใจคน(ธรรมดาที่หาเช้ากินค่ำ หาวันกินสัปดาห์)ไม่ได้ จะจูงใจได้เฉพาะคนที่มีความต้องการในเบื้องต้น(Basic Needs)สมบูรณ์แล้วเท่านั้น เช่น ไม่เดือนร้อนเรื่องเงิน ไม่เดือดร้อนเรื่องครอบครัว ไม่เดือนร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย แต่ต้องการความมันส์ในการทำงาน ต้องการทำงานที่ท้าทาย ต้องการได้รับการยอมรับจากสังคม ฯลฯ ลองนึกดูซิครับว่าถ้าพนักงานคนนั้นยังพกพาเอาปัญหาครอบครัว หนี้สิน สุขภาพ เข้ามาที่ทำงานทุกวัน ชีวิตตัวเองยังเอาไม่รอดเลย แล้วเขาจะมีพลังกายพลังใจที่ไหนมาพัฒนางาน มาพัฒนาลูกน้องหรือพัฒนาองค์กรได้ 
 
• พัฒนาแบบต่อเนื่องเป็นรายบุคคล
การพัฒนาคนให้ได้ผลนอกจากจะต้องเริ่มต้นจากผลประโยชน์ของคนทำงานแล้ว จะต้องมีกระบวนการในการพัฒนาที่ต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าเวลาไปอบรมเรื่องการทำงานเป็นทีมหรือวอคล์แรลลี่จะมีคนร้องไห้มีคนรักกัน มีบรรยากาศในการทำงานเป็นทีมที่ดี แต่สิ่งดีๆนั้นกลับมาไม่กี่วันก็เหมือนเดิม เหตุผลสำคัญคือขาดความต่อเนื่องในการพัฒนา ผมคิดว่าแนวทางที่น่าจะเหมาะสำหรับการนำมาใช้พัฒนาคนเป็นรายบุคคลคือ การให้คำปรึกษาแนะนำส่วนบุคคล (Coaching & Counselling) โดยครอบคลุมถึงทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน และต้องมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพราะการที่จะเปลี่ยนสิ่งที่เราเรียกว่านิสัยของคนนั้นต้องใช้เวลา เนื่องจากกว่าจะมาเป็นนิสัยนั้นๆมันก็กินเวลามานานบางคนเกือบทั้งชีวิต ครั้งเราจะใช้เวลาการฝึกอบรมเพียงวันสองวันคงจะไม่สามารถเปลี่ยนได้ ได้แค่เพียงหล่อหลอมให้นิสัยนั้นอ่อนตัวลงเท่านั้น แต่ถ้าขาดกระบวนการติดตามผลอย่างต่อเนื่องแล้ว ความอ่อนโยนของจิตใจที่ได้หล่อหลอมไว้ก็จะกลับคืนรูปเดิม

การพัฒนาคนคงจะไม่ต่างอะไรไปจากการปลูกต้นไม้ ถ้าเราปลูกต้นไม้เพื่อหวังให้มีดอกผลที่ดี เราต้องเข้าใจธรรมชาติของต้นไม้ต้นนั้นก่อนว่าเป็นแบบไหน ต้องการแสงสว่างมาก ต้องการน้ำมาก ต้องดูแลศัตรูพืชอย่างใกล้ชิด หรือเป็นต้นไม้ที่สามารถปล่อยทิ้งไว้ได้ ฯลฯ เราจะต้องมีความอดทนต่อการให้น้ำ ใส่ปุ๋ย และเวลาที่ต้องดูแลต้นไม้ที่ยังไม่ออกดอกออกผล เช่นเดียวกันกับการพัฒนาคนถ้าจะให้ได้ผลดีในระยะยาว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาคนเป็นคนๆเหมือนกับที่เราศึกษาธรรมชาติของต้นไม้

สำหรับแนวทางที่อยากจะแนะนำให้องค์กรต่างๆนำไปตอบโจทย์ของผู้บริหารในข้อนี้ ผมคิดว่าน่าจะวางแผนการดำเนินโครงการทั้งหมดโดยคนในเพราะเป็นคนที่รู้ใจผู้บริหารและรู้ข้อมูลพนักงานดีที่สุด และการดำเนินโครงการในแต่ละขั้นตอนต้องพิจารณาดูว่าใครน่าจะเหมาะสมมากที่สุด เช่น บางขั้นตอนอาจจะให้คนในดำเนินการ บางคนขั้นตอนอาจจะเชิญวิทยากรภายนอกมาบรรยาย บางขั้นตอนอาจจะต้องใช้บริการที่ปรึกษา หรือบางขั้นตอนอาจจะต้องใช้หลายคนรวมกัน ทั้งนี้และทั้งนั้นผมคิดว่าองค์กรไม่ควรหวังพึ่งคนภายนอกมาทำให้เพียงอย่างเดียว คนในจำเป็นต้องเป็นแม่งานเอง ต้องเป็นเสนาธิการในการวางแผนและติดตามควบคุมทั้งกระบวนการ โดยเลือกใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละเรื่องแต่ละด้านให้เหมาะสมก็น่าจะเพียงพอ นอกจากนี้ผู้รับผิดชอบโครงการควรจะทำหน้าที่ในการประเมินผู้ให้บริการอีกทางหนึ่งด้วย สรุปง่ายๆคือความสำเร็จของการตอบโจทย์ผู้บริหารในข้อนี้จะขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์และการวางแผนโครงการของคนในมากกว่าอาศัยคนนอกครับ แต่เฉพาะส่วนของการดำเนินโครงการอาจจะใช้บริการจากภายนอกได้ครับ

เขียนวันที่  19 พฤษภาคม 2548 เวลา  07.00  น. ที่โรงแรมแม๊ก พระรามเก้า
ที่มา http://www.peaplevalue.co.th
 

  User Menu
หมายเลข IP ของคุณ 38.103.63.18


สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน

ชื่อเรียก:
รหัสผ่าน:
 

สถิติสมาชิก
สมาชิกคนล่าสุด : หญิง
สมาชิกทั้งหมด : 631

ผู้ที่กำลังใช้งาน : 13
บุคคลทั่วไป : 13
สมาชิก : 0


  แบบสำรวจ
คุณคิดว่าเว็บนี้เป็นอย่างไร?

อืม... ไม่เลวนะ
เยี่ยม
สุดยอด
ใช้ได้!
แย่มากมาก



ผลสำรวจ
แบบสำรวจอื่นๆ

จำนวนผู้ลงคะแนน: 155
คำแนะนำ: 23

All the comments are property of their posters. Images, logo, content and design are © copyright by PHPNuke.org. All Rights Reserved.
PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.08 วินาที